ศูนย์รับซื้อทอง มาตรฐาน ISO 9001

โทรหาเรา

ประเมินราคาผ่านไลน์

ติดต่อผ่านเฟสบุ๊ก

พันธุ์ทิพย์หลอมทอง

บทความ

เราให้บริการรับซื้อ หลอมทองคำและโลหะมีค่าทุกชนิด เรารับซื้อเองโดยตรง ตรวจเช็ค % ทอง
หลังการหลอมด้วยเครื่องมือได้อย่างแม่นยำ ไม่ผ่านคนกลางใดๆ มั่นใจว่าได้ราคาสูง ได้ราคาดี ไม่มีกดราคา

ราคาทองคำปีนี้ทำสถิติร้อนแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ พุ่งแตะ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อ 20 ตุลาคม ก่อนจะย่อตัวลงราว 10% และกลับมาฟื้นตัวได้บางส่วน ปัจจุบันราคาทองเพิ่มขึ้นกว่า 55% นับจากต้นปี สะท้อนแรงซื้อมหาศาลจากทุกกลุ่มนักลงทุนทั่วโลก

สภาทองคำโลกเปิดเผยว่า ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำในประเทศไทยพุ่งสูงสุดตั้งแต่ปี 2562 สะท้อนกระแสการลงทุนที่ร้อนแรงจากนักลงทุนไทยที่ “กลัวพลาดโอกาส” ในช่วงราคาทองคำพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากเริ่มตื่นตัว กลัวจะ “พลาดขึ้น” (FOMO) จนบางส่วนเริ่มเข้าซื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมร่วมกับปัจจัยพื้นฐาน อาจทำให้ราคามีศักยภาพที่จะไต่ไปถึงระดับ 4,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในช่วงปลายปีนี้

ราคาทองคำโลก (Spot Gold) ได้พยายามไต่ขึ้นทำจุดสูงสุดในหลายรอบ แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ราคาทองเริ่มปรับลดลงเกือบ 1% หลังจากทำจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ โดย Spot Gold ร่วงลงมาแตะประมาณ $3,658.25/ออนซ์ หลังจากทำนิวไฮที่ $3,707.40/ออนซ์ในช่วงเซสชันก่อนหน้า

การเคลื่อนไหวของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงทองคำ หลังเปิดเวทีหารือกับผู้ค้าทองคำรายใหญ่ของประเทศ เพื่อร่วมกันหาทาง “ลดแรงกดดันค่าเงินบาท” ที่ได้รับผลกระทบจากธุรกรรมทองคำที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำโลกและไทยทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกและไทยแสดงท่าที “แรง” อย่างต่อเนื่อง มีการทำจุดสูงสุดใหม่ (All‑Time High / New High) อยู่หลายครั้ง หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า “จะเป็นฟองสบู่ทองคำหรือไม่?” แต่ YLG (วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล) มองว่า ถึงแม้ราคาทองจะ “ร้อนแรง” แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะฟองสบู่ โดยมีบทวิเคราะห์ หลักฐานเชิงเหตุผล และแนวทางให้กับนักลงทุน