ธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าซื้อทองคำเพิ่มอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน สะท้อนกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงด้านทุนสำรอง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนแนวโน้ม ราคาทองคำโลก และส่งผลต่อตลาด รับซื้อทอง–ขายทอง ในหลายประเทศรวมถึงไทย
ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนมกราคม ระบุว่า ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 74.19 ล้านทรอยออนซ์ จาก 74.15 ล้านทรอยออนซ์ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าทองคำสำรองพุ่งขึ้นแตะ 369,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก
ราคาทองผันผวน แต่แรงซื้อระยะยาวยังแข็งแกร่ง
แม้ราคาทองคำโลกในเดือนมกราคมจะพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรและปรับฐานแรงจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินของสหรัฐ แต่ปัจจุบันราคาทองคำยังยืนในระดับสูงบริเวณ 4,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การที่ธนาคารกลางจีนยังคงสะสมทองคำต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงราคาผันผวน สะท้อนมุมมองระยะยาวว่า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก สำหรับรักษาเสถียรภาพทุนสำรองของประเทศ
ความต้องการทองคำแท่ง–เหรียญทองเพิ่มขึ้น
สมาคมทองคำแห่งประเทศจีนระบุว่า ภาพรวมการซื้อขายทองคำในจีนปี 2025 ลดลงเล็กน้อย แต่ความต้องการ ทองคำแท่งและเหรียญทองคำ ซึ่งสะท้อนการถือครองเพื่อความปลอดภัย กลับเพิ่มขึ้นกว่า 35% และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการซื้อขายทั้งหมด
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในไทย ที่หันมาเน้นการ ซื้อ–ขายทองคำแท่ง และการรับซื้อทองเพื่อถือครองหรือบริหารความเสี่ยง มากกว่าทองรูปพรรณ
มุมมองต่อตลาดรับซื้อทอง–ขายทองในไทย
แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางจีนถือเป็นสัญญาณบวกระยะยาวต่อราคาทองคำโลก และส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศ ผู้ที่สนใจ ขายทองวันนี้ หรือกำลังมองหาร้าน รับซื้อทองคำแท่ง รับซื้อทองราคาดี ควรติดตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะทิศทางการสะสมทองคำของจีนอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในอนาคต
แหล่งอ้างอิง
Channel News Asia
https://www.channelnewsasia.com/business/china-central-bank-buys-gold-15th-month-reserves-5914251
