ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไรทางเทคนิค หลังจากพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันหลายวัน อย่างไรก็ดี ภาพรวมแนวโน้มทองคำยังคงแข็งแกร่ง จากแรงหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้
เช้าวันนี้ ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลงจากระดับสูงสุดใกล้ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาเคลื่อนไหวบริเวณแถว 4,600 ดอลลาร์ต้น ๆ หลังนักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไรระยะสั้น จากการปรับขึ้นแรงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า
แม้ราคาจะย่อตัวลง แต่ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์หลายด้าน ทั้งการประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่าน ประเด็นความพยายามของสหรัฐในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ รวมถึงความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด หลังมีข่าวการสอบสวนประธานเฟดในประเด็นการใช้งบประมาณ นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าคาด ยังเสริมมุมมองว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยได้อีก อย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำโดยตรง
สำหรับทองคำในประเทศ ราคาปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดโลก โดยเปิดตลาดเช้าวันนี้ปรับลง 250 บาท มาอยู่บริเวณ 68,650 บาท หลังจากเมื่อวานพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ใกล้ 68,950 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวทรงตัวแถว 31.49 บาทต่อดอลลาร์ ยังไม่ช่วยหนุนราคาทองในประเทศมากนัก
สรุปแล้ว แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น ทำให้การย่อตัวของราคาอาจยังถูกมองเป็น “จังหวะพักฐาน” มากกว่าการกลับทิศของแนวโน้มในระยะกลางถึงยาว
