
ราคาทองคำยังทรงตัวในระดับสูง หลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด ส่งสัญญาณการใช้จ่ายชะลอตัว และช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ อาจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม
ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวที่ราว 4,139 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 10 วัน ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนธันวาคมปิดบวก 1.1% แตะ 4,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเด็นที่หนุนตลาดหลักคือ ความเห็นเชิงผ่อนคลายจากผู้กำหนดนโยบายเฟดหลายราย รวมถึงสตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ที่มองว่าตลาดแรงงานอ่อนแอจะกดดันให้เฟดต้องปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง
ล่าสุด ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมสูงถึง 85% เพิ่มขึ้นจาก 50% เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่โอกาสลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมกราคมอยู่ที่ 65% ตามข้อมูลจาก CME Group
ทองคำยังได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ–ภูมิรัฐศาสตร์ โดยนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยเสี่ยงทั่วโลก รวมถึงทิศทางเฟดเชิงผ่อนคลาย จะช่วยประคองราคาทองคำในระยะสั้นต่อไป
อัปเดต (26 พ.ย. 68)
ราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อยที่ 4,135 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้นักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ของสันติภาพยูเครน ซึ่งอาจลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจที่ล่าช้าจากภาวะชัตดาวน์ที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
แม้ความคืบหน้าทางการเมืองระหว่างยูเครน–รัสเซียกดดันราคาทองช่วงสั้น แต่ตลาดยังเห็นแรงซื้อประคองราคาจากความเชื่อมั่นว่าอัตราดอกเบี้ยขาลงกำลังใกล้เข้ามา