ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นแรงกว่า 100 ดอลลาร์ แตะระดับ 4,134 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียม ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ จากข้อมูลเศรษฐกิจและภาคแรงงานที่อ่อนแอกว่าคาด
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ มีการ เลิกจ้างพนักงานเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นถึง 183% รวมทั้งปีนี้มีการปลดพนักงานแล้วกว่า 1.1 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ปี 2563 ส่งผลให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ประเมินว่า ราคาทองคำปลายปีนี้มีแนวโน้มอยู่ในช่วง 4,200–4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอาจพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ในไตรมาสแรกปี 2569 หากเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยตามคาด
คืนนี้ยังไม่มีรายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐยังปิดทำการจากภาวะ Government Shutdown โดยตลาดจะจับตาการแถลงของกรรมการเฟดเพื่อหาสัญญาณนโยบายการเงินเพิ่มเติม
ด้านในประเทศ ราคาทองคำเปิดตลาดเช้าวันอังคาร พุ่งแรง 950 บาท ทะลุระดับ 63,000 บาท ขึ้นมาที่ 63,400 บาท หลังจากเมื่อวานราคาปรับขึ้นรวมกว่า 1,050 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวแข็งค่าเล็กน้อยแถว 32.39 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงกดดันเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งช่วยประคองราคาทองในประเทศให้อยู่ในแดนบวกต่อเนื่อง
