ศูนย์รับซื้อทอง มาตรฐาน ISO 9001

โทรหาเรา

ประเมินราคาผ่านไลน์

ติดต่อผ่านเฟสบุ๊ก

ข่าวสาร

YLG ชี้ “ทองคำ” ร้อนแรงแต่ไม่เป็นฟองสบู่ ทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง

October 2, 2025

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกและไทยแสดงท่าที “แรง” อย่างต่อเนื่อง มีการทำจุดสูงสุดใหม่ (All‑Time High / New High) อยู่หลายครั้ง หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า “จะเป็นฟองสบู่ทองคำหรือไม่?” แต่ YLG (วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล) มองว่า ถึงแม้ราคาทองจะ “ร้อนแรง” แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะฟองสบู่ โดยมีบทวิเคราะห์ หลักฐานเชิงเหตุผล และแนวทางให้กับนักลงทุน ดังนี้:

มุมมอง YLG — เหตุใดทองคำถึงไม่ได้เป็นฟองสบู่

  1. แรงซื้อมีพื้นฐานสนับสนุน ไม่ใช่แค่เก็งกำไรล้วน
    YLG ให้เหตุผลว่า ราคาทองคำที่ขึ้นแรงนั้นไม่ได้เกิดจาก “เก็งกำไรล้วน ๆ” แต่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนหลายประการ เช่น
    • แนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐ (Fed) ที่อาจลดในอนาคต
    • ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
    • ความกังวลทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนหันมามองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
  2. การพักตัวและแรงขายทำกำไรเป็นเรื่องปกติ
    เมื่อราคาพุ่งสูง นักลงทุนมักทยอยขายทำกำไรบางส่วน ไม่ได้หมายถึง “ฟองสบู่แตก” เสมอไป แต่เป็นการปรับจังหวะ (take profit) ในแนวทางของตลาดที่ดี
  3. โซนแนวรับ–แนวต้านยังมีความหมาย
    YLG มองว่าแม้ว่าตอนนี้ราคาทองจะอยู่ในโซนแรง แต่ยังมีแนวรับสำคัญที่ราคายังไม่หลุด เช่น กรอบราคาที่ทองไทยควรระวังถอย (แนวรับ) อยู่ในช่วง 55,000–50,000 บาทต่อบาททองคำ หากราคาทองในไทยไม่หลุดแนวรับนี้ ก็ยังมีโอกาสให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ
  4. เป้าราคายังเป็นเป้า “ค่อยเป็นค่อยไป”
    YLG ตั้งเป้ากลาง / เป้าสำหรับทองในไทยไว้ที่ 57,000 บาท ซึ่งราคาได้แตะแล้วในช่วงที่ผ่านมา และถ้าราคาทองโลก + ค่าเงินบาทเอื้ออำนวย อาจมีโอกาสไปต่อถึง 60,000 บาท ได้ในอนาคต (แต่ไม่ประเมินว่า “พุ่งทันทีเป็นฟองสบู่”)

ตัวอย่างแหล่งข่าวและบทวิเคราะห์จาก YLG

  • YLG เผยว่า “ทองไทยพุ่งขึ้น 33.73% ตั้งแต่ต้นปี” และได้ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 57,000 บาท/บาททองคำ พร้อมมองว่า ถ้าค่าเงินบาทอ่อน คงมีโอกาสกลับไปทดสอบ 60,000 บาท ได้
  • YLG ประเมินแนวโน้มทองคำครึ่งปีหลัง: หากมี New High ใหม่จะตีราคาเป้าต่อไปที่ $3,650 / ออนซ์ และมองว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก 10‑15% หากปัจจัยสนับสนุนยังอยู่
  • YLG ยังแนะนำให้ “ขายบางส่วน ณ ราคาที่ทำเป้า” แต่ยังถือไว้อีกส่วนหนึ่ง เพื่อรองรับโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในระยะยาว หากไม่หลุดแนวรับสำคัญ

แนวทางสำหรับผู้ลงทุน — ข้อเสนอแนะจากมุม YLG

  • แบ่งขาย (Partial Take Profit): เมื่อราคาทองไทยถึงเป้า 57,000 บาท หรือโซนที่ YLG ประเมินว่าเป็นแนวต้าน ให้ขายบางส่วน แต่ไม่แนะนำขายหมด
  • ตั้งจุดเฝ้าระวังแนวรับ: หากราคาย่อลงมาและไม่หลุดแนวรับระหว่าง 55,000–50,000 บาท อาจเป็นจังหวะซื้อกลับ
  • รักษาสัดส่วนการลงทุนให้สมดุล: ไม่ควรทุ่มทองเต็มพอร์ต ให้มีการกระจายการลงทุน
  • ติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด: เช่น ราคาทองโลก, ค่าเงินบาท, นโยบาย Fed, ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
  • ใช้เครื่องมือที่ช่วยเข้าถึงง่าย: YLG มีแอป “Get Gold by YLG” ซึ่งให้นักลงทุนเริ่มต้นลงทุนทองคำได้ด้วยขั้นต่ำ (เช่น 100 บาท) และซื้อขายแบบเรียลไทม์

ข่าวที่คุณอาจจะสนใจ

ราคาทองคำยังทรงตัวในระดับสูง หลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด ส่งสัญญาณการใช้จ่ายชะลอตัว และช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ อาจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม

ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงจากช่วงบวก หลังมีการเผยแพร่บันทึกการประชุมเฟดล่าสุด ซึ่งสะท้อนว่าเฟดยังไม่มั่นใจว่าจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องกว่า 4 ปีครึ่ง

ราคาทองคำปีนี้ทำสถิติร้อนแรงสุดในรอบหลายทศวรรษ พุ่งแตะ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อ 20 ตุลาคม ก่อนจะย่อตัวลงราว 10% และกลับมาฟื้นตัวได้บางส่วน ปัจจุบันราคาทองเพิ่มขึ้นกว่า 55% นับจากต้นปี สะท้อนแรงซื้อมหาศาลจากทุกกลุ่มนักลงทุนทั่วโลก

สาขาพันทิพย์งามวงศ์วาน

9 หมู่ 2 ซ.วัดบัวขวัญ ถ.งามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

สาขาบางพลี

99/30 ห้อง M2 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540