ราคาทองคำวันนี้พุ่งแรงจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จากการที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาทองคำตลาดโลกดีดตัวขึ้นทดสอบระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ประมาณ 5,280 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อลงมาเคลื่อนไหวแถว 5,326 ดอลลาร์ในช่วงเช้า แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง
สถานการณ์ตอบโต้ของอิหร่านที่ประกาศว่าฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง และหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน
ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้
นอกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่
- ดัชนี PMI ภาคการผลิต (ISM)
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร
- อัตราว่างงาน
- รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง
- รายงาน Beige Book ของเฟด
รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการเฟด เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำ
ราคาทองในประเทศพุ่งแรงต่อเนื่อง
ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดต้นเดือนมีนาคม พุ่งขึ้นทันที 1,150 บาท สู่ระดับ 78,750 บาท หลังจากวันเสาร์ก่อนหน้าปรับขึ้นแรง 1,450 บาท
สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองไทยเพิ่มขึ้นรวม 2,500 บาท และตลอดเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 3,400 บาท สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแรง
แม้ค่าเงินบาทเปิดตลาดบริเวณ 31.14 บาท ซึ่งถือว่าแข็งค่าและเป็นแรงกดดันบางส่วน แต่แรงหนุนจากราคาทองคำโลกยังคงมีน้ำหนักมากกว่า
ราคาทองขึ้นแรงแบบนี้ มีผลต่อผู้ถือทองอย่างไร?
เมื่อราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณปรับขึ้นต่อเนื่องหลายวัน มูลค่าทรัพย์สินของผู้ถือทองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่สะสมทองไว้ในช่วงราคาต่ำก่อนหน้า
ในช่วงที่ราคาทองคำอยู่ระดับสูงและมีความผันผวน การติดตามข้อมูลเหล่านี้จึงสำคัญ:
- ราคาทองวันนี้
- ราคารับซื้อทองคำแท่ง
- ส่วนต่างราคารับซื้อ–ขาย
- แนวโน้มค่าเงินบาท
ผู้ที่ต้องการประเมินมูลค่าทองคำของตนเอง สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์การคำนวณราคารับซื้อทอง และวิธีประเมินเปอร์เซ็นต์ทองได้จากข้อมูลบริการรับซื้อทองของทางร้าน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารสินทรัพย์
