ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นแรงทะลุ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังได้รับแรงหนุนจากการ ร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) และความหวังว่า หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดทำการ หลังการชัตดาวน์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ใกล้สิ้นสุดลง
ล่าสุด สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมลงมติร่างงบประมาณชั่วคราว เพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ และหากผ่านความเห็นชอบจากสภา จะส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามประกาศใช้ ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานรัฐกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ และสามารถเผยแพร่ ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนตุลาคมได้

ดัชนี CPI ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ประกอบการตัดสินใจ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดคาดว่า
- Core CPI รายเดือน จะขยับขึ้น 0.3%
- CPI รายปี คงที่ที่ระดับ 3.0%
หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด จะเป็นแรงหนุนให้เฟดลดดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อราคาทองคำในระยะถัดไป
เช้าวันนี้ราคาทองคำโลกขยับลงเล็กน้อยมาที่ราว 4,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับขึ้นแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความชัดเจนทางการเมืองและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐอย่างใกล้ชิด
🇹🇭 ทองคำในประเทศทะลุ 64,000 บาท
ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดี พุ่งขึ้นแรง 850 บาท แตะระดับ 64,250 บาท หลังเมื่อวานราคาทองปรับตัวลงเล็กน้อย 100 บาท สู่บริเวณ 63,400 บาท
ค่าเงินบาทเช้านี้เคลื่อนไหวแถว 32.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามแนวโน้มดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งแม้จะกดดันราคาทองในประเทศบ้าง แต่แรงซื้อจากนักลงทุนยังหนุนให้ราคาทองคำไทยทรงตัวในระดับสูงสุดของเดือน
โดยสรุป ความคืบหน้าการยุติชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ และการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของเฟดยังคงเป็นแรงผลักสำคัญให้ราคาทองคำทั่วโลกขยับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ในประเทศ ราคาทองคำยังยืนเหนือระดับ 64,000 บาท สะท้อนกระแสความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังแข็งแรงในตลาด