ราคาทองคำโลกปรับตัวลงแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอลง จากท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ ส่งผลให้ตลาดคลายความวิตกกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดร่วงแรง ใกล้หลุดระดับ 71,000 บาท หลังจากเมื่อวานพุ่งแรงทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างร้อนแรง ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาด รับซื้อทอง มีความเคลื่อนไหวสูงเป็นพิเศษ
เช้าวันนี้ ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงหลุดระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังรายงานว่า ทรัมป์ยืนยันจะไม่ใช้กำลังทหารในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ และแสดงความเคารพต่อประชาชนกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า สหรัฐได้จัดทำกรอบข้อตกลงร่วมกับเลขาธิการนาโตแล้ว ส่งผลให้สหรัฐจะไม่เรียกเก็บภาษีศุลกากรจาก 8 ประเทศในยุโรปตามแผนเดิม ปัจจัยดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันด้านความเสี่ยง ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำ หลังราคาปรับขึ้นแรงต่อเนื่องก่อนหน้า ส่งผลให้บรรยากาศการ รับซื้อทองคำ ในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
สำหรับคืนนี้ ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3 (ประมาณการสุดท้าย) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ ดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ย และส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำ รวมถึงทิศทางตลาด รับซื้อทอง ในระยะถัดไป
ด้านราคาทองคำในประเทศ เปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดีปรับตัวลงแรง 500 บาท มาอยู่บริเวณ 71,050 บาท หลังจากเมื่อวานราคาผันผวนสูงมาก มีการปรับราคาถึง 45 ครั้ง และทำสถิติสูงสุดใหม่หลายรอบ ทำให้ผู้ที่ถือทองคำบางส่วนเลือกทยอยขายเข้าระบบ รับซื้อทอง เพื่อทำกำไร ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาแถว 31.31 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยพยุงราคาทองในประเทศได้บางส่วน
สรุปภาพรวม: การย่อตัวของราคาทองคำรอบนี้เป็นแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า โดยแนวโน้มระยะถัดไปยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐและท่าทีของเฟด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำและบรรยากาศตลาด รับซื้อทอง ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
